Search
วันศุกร์ 10 กรกฎาคม 2020
  • :
  • :
Latest Update

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี จัดโครงการส่งเสริมอัตลักษณ์ วิถีชีวิต วัฒนธรรมเพื่อความยั่งยืน

ทกจ.กาญจน์จัดทริปส่งเสริมการท่องเที่ยวชมชนกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ชุมชนแบบยั่งยืน

                        จังหวัดกาญจนบุรี โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี จัดให้มี โครงการส่งเสริมอัตลักษณ์ วิถีชีวิต วัฒนธรรมเพื่อความยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวชุมชนใหม่ให้เป็นที่รู้จัก และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ส่งเสริมให้ประชาชนในจังหวัดมีรายได้ และอาชีพจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้เกิดกระแสเงินหมุนเวียนในจังหวัดกาญจนบุรี โดยทริปนี้ ได้จัดขึ้น 4 ชุมชน


ชุมชนที่ 1 เราเริ่มกันที่บ้านห้วยปากคอก ต.ห้วยเขย่ง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ที่นี่คณะของเราได้เดินทางไปถึงยังสถานที่ที่เตรียมไว้ต้อนรับ ได้ดื่มน้ำสมุนไพรกันชุ่มคอ พร้อมทั้งมีการตีกลองเป็นเครื่องดนตรีของชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในพื้นถิ่น ฟังดูแล้วครื้นเครงผสมผสานกับความเร้าใจ สร้างบรรยากาศให้ตื่นตัว จากนั้นพวกเราได้รับฟังบรรยายประวัติชุมชนจากผู้นำท้องที่ ก่อนที่จะเดินทางไปวัดห้วยปากคอกและวัดห้วยเจริญศรัทธาราม และเยี่ยมชมถ้ำโป่งพุร้อน ภายในวัดทำบันไดขึ้นไปพร้อมทั้งมีแสงไฟที่ทางวัดได้ติดเอาไว้สว่างไสว จากนั้น ออกมาเยี่ยมชมโบสถ์ทรงสูง ตั้งเด่นตระหง่านอยู่กลางบริเวณวัด และไม่ไกลกันนัก พบเจดีย์ภายในวัดสร้างอยู่ในที่สูง มีบันไดขึ้นไปเพื่อกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์ ที่นั่น คณะของเราได้เปลี่ยนเครื่องทรงที่ให้เหมาะกับการลงพายเรือคายัคในลำห้วยปากคอก ระหว่างเดินทางไปที่หมาย ผู้นำชุมชนได้พาเราแวะไปชมสุสานพลอยทองผาภูมิ เป็นสุสานบรรจุกระดูกช้างที่เล่าต่อกันมาว่า เป็นช้างที่เข้าตำราในทุกสัดส่วน เสร็จแล้วเราก็เดินทางต่อไปยังริมห้วยปากคอก เป็นจุดที่คณะของเราต้องเสี่ยงภัยกันให้สนุกสนาน ซึ่งจุดนั้นก่อนลงพายเรือ พวกเราต้องสวมชูชีพและหมวกกันน๊อคเพื่อความปลอดภัย จากนั้น ต่างก็ลงเรือคายัคเพื่อล่องไปตามลำน้ำที่มีระยะทางกว่า 5 กม. ระหว่างทางมีเกาะแก่งให้เสี่ยงภัยเรียกเสียงกรีดร้องกันได้เป็นระยะๆ ก็สุดเหวี่ยงกันไปเลยหละ
คณะของเราใช้เวลาเสี่ยงภัยในลำน้ำห้วยปากคอก ประมาณ 1 ชม.เศษ ก็ถึงที่หมาย ซึ่งที่นั่นได้จัดอาหารเย็นไว้ต้อนรับเราด้วย บริเวณนั้นได้มีการตั้งบูธกลุ่มจักรสานไม้ไผ่ กล้วยฉาบ หน่อไม้แปรรูป ให้เราได้ช๊อปกันเป็นของฝาก จากนั้นก็ได้เวลาอาหารเย็น มีอาหารพื้นถิ่น เป็นหมูนุ่งซิ่น แกงบอนหมูกรอบ ห่อหมกไม้ไผ่ หมูส้ม น้ำพริกปิชอร์ที่รสชาติของกะเหรี่ยงแท้ๆ ระหว่างอาหารค่ำ ก็มีการแสดงของพื้นถิ่น ทั้งกะเหรี่ยงและพม่าให้ชมกันอย่างเบิกบานใจ ก่อนที่จะได้เวลาเข้าพักที่โฮมสเตย์บ้านเตาถ่าน ตื่นเช้าขึ้นมามีอาหารเช้าไว้ต้อนรับอยู่ริมห้วย มีการสร้างฝายทดน้ำที่ลดหลั่นลงมา ได้ยินเสียงธารน้ำตกลงมาจากที่สูง ได้ยินเสียงซ่าๆ แทนเสียงเพลงบรรเลง ทำให้อาหารเช้าอร่อยยิ่งขึ้น ก่อนที่จะเก็บสัมภาระเดินทางไปเยี่ยมชมชุมชนต่อไป.

ชุมชนที่ 2 บ้านทิพุเย


 โดยชุมชนที่นั่นได้ตั้งขบวนรอรับพวกเราที่วัดทิพุเย ซึ่งอยู่ในตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ เราได้รับการต้อนรับด้วยการรำตงยาวของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง โดยมีผู้นำท้องที่บรรยายถึงที่มาของชุมชนบ้านทิพุเย จากนั้นก็เยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าไหมจกกะเหรี่ยง ปักผ้า เยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทำบุก มีการสาธิตการทำเส้นบุกและลูกชิ้นจากบุก 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะร่วมกันรับประทานอาหารเที่ยงที่เป็นอาหารผลิตภัณฑ์จากบุก และอาหารพื้นถิ่น เช่น แกงไก่หยวกกล้วย น้ำพริกแตงเปรี้ยว ผักเคียงวอซะ ผักกูดไฟแดง แกงปลายอดหวาย ทุกคนเอ่ยปากกันเป็นเสียงเดียวเลยว่า รสชาติอาหารที่บ้าพุเย อร่อยสุดๆ เมื่ออิ่มท้องแล้วก็ชมสินค้าที่ผลิตจากบุกเพื่อเป็นของฝาก ซึ่งที่ชุมชนบ้านพุเย เราได้มีโอกาสเดินชมสวนผสมผสาน ซึ่งมีการปลูกกาแฟกันเป็นล่ำเป็นสันกันเลยทีเดียว เรายังได้ลิ้มรสกาแฟสดกันด้วย จากนั้นเดินทางต่อไปยังชุมชนบ้านพุล่อ.

ชุมชนที่ 3 บ้านพุล่อ

ชุมชนที่ 3 บ้านพุล่อ อยู่ในพื้นที่ ต.ลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ โดยจุดแรก เราเดินทางไปยังกลุ่มจักสาน ซึ่งเป็นกลุ่มจักสานหลักที่เปิดสอนให้กับสมาชิก จักสานเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ไผ่ที่หาได้จากท้องถิ่น แจกจ่ายงานไปตามบ้านสมาชิกทำการจักสานแล้วนำมาส่งเพื่อจำหน่ายต่อไป จากนั้นผู้นำท้องที่ได้พาเรายังบ่อพุน้ำร้อน ชื่อว่า พุน้ำร้อนลิ่นถิ่น ซึ่งเป็นน้ำแร่ธรรมชาติ ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากแม่น้ำแควน้อย และสูบขึ้นมาเพื่อให้บริการและสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและผู้ไปใช้บริการ โดยผู้มาใช้บริการต้องเสียค่าบริการ ซึ่งราคาเด็กและผู้ใหญ่จะแตกต่างกันไป เราไปแช่สัมผัสน้ำแร่กันที่นั่น พอได้เวลาอันควรจึงได้เดินทางเข้าที่พักโฮมสเตย์พุล่อ ถึงที่พักก็ใช้เวลาชำระล้างร่างกาย เพื่อรออาหารเย็น โดยชุมชน ได้ทำปลาคังต้มยำ ลาบกระเหรี่ยง ผัดผักกรูด แจ่วบอง แกงฮังเล ขนมทองโย๊ะ โอ้โฮ.! แค่ได้ยินชื่อก็ซูดปากแล้ว พอได้เวลาทุกคนก็พร้อมกันที่โต๊ะอาหาร เริ่มบรรเลงช้อนซ่อมกันนัวเนีย พวกเราไม่ผิดหวังกับรสชาติอาหารที่ชุมชนเตรียมไว้ให้แม้แต่น้อย พร้อมทั้งมีการแสดงร่ายร่ำของสาวน้อยหน้าหวานในชุมชน ผสมผสานกับรสชาติอาหาร แหม.!! ช่างกลมกลืนกันแท้ๆ


หลังจากพักผ่อนยามค่ำคืน เช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ส่องแสง เราขึ้นไปบนจุดชมวิวของชุมชน เพื่อเก็บภาพแสงทองยามเช้า ก็ไม่ผิดหวังเราได้ภาพติดกล้องกันกลับลงมา จากนั้นก็อาบน้ำชำระร่างกาย เก็บเสื้อผ้าเข้ากระเป๋า รับประทานอาหารเช้า และชมสาธิตการทำแจ่วบองกัลยา ต่อขากนั้นเราก็เดินทางเข้าชมถ้ำธรรมะปิติ บอกได้เลยว่า ทางขึ้นลงพร้อมแสงไฟสาดส่องให้พวกเราได้สะดวกสบายในการเยี่ยมชม ต่อด้วยเดินทางไปสักการะพระธาตุเจดีย์สัมมาสัมโพธิ์ และไปจบเอาจุดสุดท้ายที่ชมการทอผ้าขาวม้า ซึ่งผ้าขาวม้าของชุมชนพุล่อ ไม่ธรรมดา จัดแพ๊กเกจจิ้งที่สวยงามสมราคาจริงๆ คณะเรากระเป๋ากลวงไปตามๆ กัน

 

ชุมชนที่ 4  บ้านหนองบาง

ชุมชนที่ 4 ชุมชนสุดท้ายของทริปนี้เราจบกันที่ บ้านหนองบาง ต.ลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ ระหว่างทางเราแวะจิบน้ำชากันริมธารก่อนที่จะถึงจุดหมาย มีทั้งชาที่ทำจากผลิตภัณฑ์ลูกมะตูม ชากระชายดำ มีชาไข่มุกไว้รองรับอีกด้วย บรรยากาศที่นั่นร่มเย็นเหมาะที่จะเป็นทางผ่านของนักท่องเที่ยว เพื่อพักผ่อนก่อนที่จะไปต่อ ไม่นานนัก เราก็ออกเดินทางไปยังชุมชนบ้านหนองบาง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เราแวะจิบน้ำชากันมากนัก พอไปถึงที่นั่น เป็นศาลาประชาคมที่ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงรอต้นรับคณะเรา เริ่มด้วยการรำตงเพื่อเป็นการต้อนรับ ต่อด้วยการผูกข้อมือเพื่อเป็นการเรียกขวัญตามประเพณี และรับประทานอาหารเที่ยงพื้นถิ่นรสชาติจัดจ้านตามรสนิยมของชาวกะเหรี่ยง ต่อด้วยเยี่ยมชมแหล่งทอผ้าขาวม้าและผ้าทอสวมใส่บ้านหนองบาง ก่อนที่จะจบทริปนี้.
#ท่องเที่ยวโดยชุมชน #ทกจกาญจนบุรี #เที่ยวกาญจน์ #ส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน